concert

rock never dies, dog never lies

september 3, 2005 at the metro theatre sydney

ย้อนกลับไปประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว วงการดนตรีบ้านเราเริ่มชาชินกับคำว่า 'อัลเตอร์' (alternative) เด็กอัลเตอร์เดินกันเกลื่อนเืมือง วงอัลเตอร์ถูกผลิตออกมากระแทกโสตกันแทบทุกวัน แนวเพลงประมาณกีต้าร์สี่คอร์ดวนเสียงแตก เบสเดินย้ำๆหรือไม่ก็ใช้ปิ๊กดีด พร้อมกลองจังหวะกระตุกต่อมกระโดดในสมัยนั้นเปิดกันเกลื่อนแผง ลืมคำว่าืมือคีย์บอร์ดไปได้เลย โมเดิร์นด็อก ถือกำเนิดในช่วงเวลานั้น พร้อมการมาถึงของค่ายเพลงค่ายหนึ่ง- เบเกอรี่ มิวสิก

วกกลับมา ณ พอศอนี้ วงอัลเตอร์วงนี้พึ่งจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ฉลองชัยให้สิบขวบปีของตัวเองไปหมาด หมาด พร้อมกันนี้เองทางวงได้เดินทางมาแสดงคอนเสิร์ตให้พ่อแม่พี่น้องชาวไทยได้ชื่นชมไกลถึงประเทศออสเตรเลีย (เมลเบิร์น และซิดนี่ย์) อดีตเด็กอัลเตอร์อย่างผมที่เผลอไผลบินมาไกลถึงซิดนี่ย์ ไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสร่วมโดดไปกับทางวงที่ชื่นชม สนนราคา 1,200 บาท (โดยประมาณ) แลกกับการชมในระยะประชิดขนาดนี้ ไม่มีำคำว่าคิดครับ ขอเชิญรับชมรับฟัง และร่วมจินตนาการไปกับการรายงานสถานการณ์คอนเสิร์ตพร้อมกัน ณ บัดนี้ครับ..

ซิดนี่ย์ในขณะนั้น เหมันต์ยังคงมาเยือน หน้าหนาวนั่นแหละแต่ไม่ถึงขั้นหิมะโปรยปราย คอนเสิร์ตเริ่มตอนเที่ยงตรง (อืมมม) ก่อนเข้าชม แน่นอนว่าต้องหาอะไรรองท้องรองรับการโดดกันก่อน เสร็จสรรพก็ขยับเข้าไปบริเวณแสดงคอนเสิร์ต ดูภายนอกฮอลล์ที่ใช้จัดการแสดง มันดูเหมือนบาร์อะโกโก้แถวพัทยาเหลือหลาย การ์ดตัวเท่าตึกสองคนยืนขวางประตูคอยตรวจดูพาสปอร์ต พร้อมตั๋วเข้าชม (ข้อแนะนำสำหรับการเข้าชมมหรสพ หรือเข้าไปเที่ยวในสถานบันเทิงที่นี่คือ อย่าไปคิดหืออือกับการ์ดที่นี่เป็นอันขาด เพราะพวกเค้าพร้อมที่จะเอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้เพียงสองนิ้วคีบเราออกจากบริเวณงานได้ภายในเวลาสองวิ) ผลุบเข้าไปในบริเวณงาน ห้องแสดงคอนเสิร์ตไม่ใหญ่นัก สักครึ่งของอาคารเอนกประสงค์ที่ใช้ไหว้ครูตอนมัธยมคงได้ เวทียกสูงระดับคนอ้วนโดด รำพึงในใจว่านี่ถ้าพี่ป๊อดออกมาแล้วไม่ล้างหน้านี่เห็นขี้ตาแน่ๆ ใกล้ซะขนาดนี้ เด็กอัลเตอร์กับเด็กแนวทยอยกันเข้ามาจับจองตำแหน่งโดด คะเนจากสายตาคนมากันไม่น่าจะเกินร้อยห้าสิบ เหลือบไปเห็นเจ้าของงานผู้จ้างทางวงมายืนไมเกรนรับประทานอยู่มุมฮอลล์ เครียดจนฉี่เป็นเลือดแน่ เพราะคนมากันบางตามาก

เวลากระชั้นเข้ามา พิธีกรในงานกระโดขึ้นเวที พร้อมพาผู้ชมเล่นเกมส์ ผลตอบรับเป็นศูนย์ เด็กแนวนั่งหาวรอพี่ป๊อดอยู่หน้าบันไดไม่ใคร่ที่จะให้ความร่วมมือนัก ข้ามช็อตนี้ไปตอนที่พิธีกรกำลังจะเดินลงเวที พี่โป้ง กับพี่เมธีเดินสวนขึ้นมา ชีวิตชีวาพลันบังเกิด หลับตานึกถึงตัวเองในชุดกางเกงขาสั้นสีกากี หร้อมทรงผมหัวเกรียน อาาา วิญญาณอัลเตอร์ประทับแล้ว เสียงอินโทรเพลงตาสว่างเสียดแทรกแหวกความมืดออกมาไล่เลี่ยหลังพี่ป๊อด พร้อมกลองกระทุ้งรับตุบ ตุบ ขาเขอเอาไม่อยู่แล้ว โดดสุดตัวจนจบเพลง พร้อมความรู้สึกเหมือนใส้ไหลเลื่อนลงมากองที่หัวเข่า อาจเป็นไปได้ว่าแสดงคอนเสิร์ตในที่ที่ไม่ใหญ่นัก เสียงดนตรีทุกอย่างจึงถูกส่งตรงมาถึงผู้ฟังได้ครบทุกชิ้น ไม่มีชิ้นไหนจมหายไปในห้วงอากาศเลย เพลงจากอัลบั้ม แดดส่อง ทั้งเซ็ตถูกนำมาเล่นในช่วงแรกของคอนเสิร์ต ปี่ป๊อดเสริมเสียงดนตรีด้วยการเล่นกีต้าร์โปร่งคลอไปด้วย เสียงใสๆจากกีต้าร์พี่ป๊อด ช่างเข้ากันกับเสียงกีต้าร์หลอกหลอนของพี่เมธีนัก หลังจากเซ็ทแดดส่อง เซ็ตล่องลอยหลอกหลอนเริ่มคืบคลาน เพลง'เวตาล'หลอกหลอนเอาเรื่อง เอฟเฟ็กต์แผงยาวใต้เท้าพี่เมธีถูกเล่นกับเพลงได้อย่างกลมกลืน เพลงนี้เป็นเพลงที่เราอยากดูทางวงแสดงสดมากที่สุด แล้วก็สมใจ โดดต่อไปในจังหวะของ good boy ในเวอร์ชั่นของเจ มณฑล ไล่เรียงมาจนถึงขอบคุณ ในชุดคาเฟ่ ติ๋ม รูปไม่หล่อ บุษบาก็มิได้ขาดหาย แุถมมีเพลง ลมหายใจ ในเวอร์ชั่นหมา หมา อีกต่างหาก เรียกได้ว่าโดดกันจนตับทรุดเลยทีเดียว เปลี่ยนจังหวะลงมาซึ้งกันบ้าง เสียงดนตรียิ่งแจ่มชัดแล้วพาเราไปสู่เนื้อหาของเพลงได้อย่างลึกล้ำขึ้น เพลง hapiness is.. คือเพลงบรรเลงที่ชอบที่สุด และเป็นเพลงที่นำมาเล่นบนเวทีแล้วได้อารมณ์(เรา) มากที่สุดในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพลง ใคร ถูกหยิบมาเล่นพอกล้อมแกล้มเรียกเสียงกรี๊ด เกือบยี่สิบกว่าเพลงผ่านไปไวเหมือนลมตด แม้ว่าในตอนก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม เราจะแอบชำเลืองรายชื่อเพลงที่ทางวงจะเล่นในแผ่นกระดาษใต้เท้ามือเบสแล้วก็ตาม (คิดดูว่าอยู่ใกล้เพียงใด) พี่ป็อดปุบปับวางกีต้าร์แ้ล้วร่อนหายไปหลังเวทีหลังจบเพลงสุดท้าย มหกรรมตะเบ็งเสียงเริ่มต้นขึ้น 'encore' ตามธรรมเนียมฝรั่งถูกชาวเราเอามาใช้ ตะโกนกันพอให้คอแหบ พี่ป๊อดพร้อมคณะก็เดินดุ่มๆออกมา แล้วสนองตัณหาของคนดูไปอีกสามเพลงมันๆ ปิดฉากวงอัลเตอร์อันดับหนึ่งในดวงใจไปได้อย่างสวยงาม และเป็นเอกฉันท์

หลังความเงียบในความมืดผ่านไป ไล่ตัวเองให้ออกมารับไออากาศจ้านอกงาน ใจยังเต้นตุบๆตามจังหวะกลองในหัว ทุกอย่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกหมุนกลับมาตำแหน่งเดิมอีกหน เด็กอัลเตอร์ออกจากร่างไปนานแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงผู้ใหญ่หนวดใกล้หงอกคนหนึ่งที่ยังต้องเดินตามแรงดึงดูดโลกต่อไป และรอให้เด็กอัลเตอร์ หรือเด็กอะไรก็ตามแต่ในกายหวนกลับมาเยี่ยมเยียนอีกหน

ปล. ขอบคุณคิดะสำหรับกล้องดิจิตอล